สีหมวกนิรภัย อย่าคิดว่าไม่สำคัญ?
posted on 05 Dec 2009 23:48 by capt-stg in Things-shoud-not-to-be-known
ไอ้ขี้เมาในหมวกนิรภัย (เด็กฝึกงาน) แว่นตานิรภัย และหน้ากากกันฝุ่น
--------------------------------
เรื่องของเรื่อง อาทิตย์ก่อนผมคุยกับลูกพี่ผม แจ้งว่าการลงหน้าไซด์งานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้านั้น "จะต้องมีการเตรียมรองเท้านิรภัยและหมวกนิรภัยให้พร้อมสรรพ" ครับ
ลูกพี่ผมนั้นเองก็เป็นวิศวกร ต้องลงหน้างานบ่อย ๆ ดังนั้นจึงทราบความสำคัญของความปลอดภัยของบุคคลากรเป็นอย่างดี และอนุมัติให้ผมไปซื้อแบบไม่ต้องคิดเลยครับ
ดังนั้น ด้านลูกพี่ผม ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมและหุ้นส่วนจึงไม่มีปัญหาใด ๆ ครับ แต่ปัญหากลับไปอยู่ที่ฝ่ายการเงินและการบัญชี ซึ่งคุมโดยเมียเจ้าของและไม่ใช่วิศวกรครับ ซึ่งอาจจะกระโดดลงมาขวางลำ ไม่ยอมให้ผมเบิกบริษัทครับ
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของกระเป๋าผม ผมจึงต้องไปเช็คกับทางลูกพี่ผมก่อนว่าถ้ามีปัญหา แกจะคุ้มกันให้ผมไหม ? ซึ่งแกก็รับปากครับ (ไม่ได้ถามตรง ๆ หรอก เพราะทำไม่ได้ ต้องถามอ้อม ๆ แต่แกก็รับปากแหละ อีกอย่าง เงินสองพันที่ขอยืมแกไปเป็นค่าน้ำมันตอนนั้นยังไม่คืนแกเลย มีตัวประกัน อิอิอิ)
แต่ในทางกลับกัน แกช่วยคุ้มกันให้ผม ดังนั้นถ้ามีปัญหาในที่ประชุมใหญ่ (ทั้งบริษัทมี ๑๕ คน) ผมก็ต้องช่วยสนับสนุนแกเหมือนกัน
เรื่องรองเท้าย่อมไม่มีปัญหา เพราะแต่ละคนนั้น เท้าใหญ่ไม่เท่ากัน ดังนั้น เบิกได้ชัวร์ ปัญหากลับอยู่ที่หมวกนิรภัยครับ
แถมรองเท้านี่ ผมไปได้ราคาเซลกระหน่ำมา ปกติคู่ละเกือบพันเจ็ด ผมได้มาคู่ละแปดร้อยเอง ถึงจะไม่มีใบกำกับภาษี แต่ราคานี้ คุ้มกว่าไปซื้อราคาเต็มแต่มีใบกำกับภาษีเพื่อใช้ลดหย่อนภาษีชัวร์ (อันนั้นได้อย่างเก่งก็เท่ากับว่าได้ลดราคาแค่ ๑๐ % นี่เกินครึ่ง คุ้มจะตายไป)
ส่วนหมวก ที่อาจจะเป็นปัญหาก็คือ บริษัทผมมีหมวกนิรภัยอยู่หลายใบอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ สีครับ
ไม่มีหมวกสีขาวเหลือเลย
สำหรับคนที่ไม่เคยออกหน้างานหรือไม่ใช่วิศวกรอาจจะไม่ทราบว่าสีของหมวกนิรภัยนั้น แท้จริงแล้วมีความหมายในตัวของมัน
มันไม่ได้มีไว้เพื่อการแบ่งชนชั้น แต่เพื่อความสะดวกในการระบุว่า "ไอ้หมอนี่เป็นใคร" ครับ โดยเฉพาะงานโครงการแบบที่ผมทำ เราจะต้องจ้างผู้รับเหมาเข้ามาทำงานโดยมีเราคอยคุม ซึ่งคนงานเขาไม่รู้หรอกครับว่าพวกผมคือใคร แต่เขาจะดูสีของหมวกครับ
โดยปกติแล้ว สีที่ใช้และความหมายมีดังนี้
- สีขาว - ผู้ตรวจงาน/วิศวกร
- สีเขียว - เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย
- สีฟ้า -หัวหน้าคนงาน (Foreman)/เด็กฝึกงาน
- สีเหลือง - กรรมกร
- สีส้ม - ฝ่ายซ่อมบำรุง (งานโครงการอย่างที่ผมทำไม่เจอพวกนี้หรอก แต่บางที่ หมวกสีหน้าคือหน่วยกู้ภัย)
แน่นอนครับ ที่หน้างาน พวกหัวขาว (อย่างผม) มีอำนาจสูงสุด จะสั่งให้หยุดงานหรือทำอะไรก็ได้ (ก็ต้องรับผิดชอบงานทั้งหมดหนิ) แต่เวลาเราจะสั่ง หรือติหนิคนงานหัวเหลืองนั้น เราไม่ไปว่าพวกหัวเหลืองตรง ๆ หรอกนะ ยกเว้นว่าฉุกเฉินจริงจริง แต่เราจะเรียกพวกหัวฟ้ามาเอ็ดแทนครับ เพราะพวกหัวฟ้านั้น คุยเข้าใจง่ายกว่า และเป็นการสั่งงานตามสายบังคับบัญชา ไม่ข้ามสายกัน
ถ้าหัวขาวมือใหม่คิดจะซ่าไปทำแอ๊คอาร์ทกับพวกหัวเหลืองมันมาก ๆ หล่ะก็ ระวังโดนฆ่าหมกไซด์งานนะจ๊ะ เดี๋ยวจะหาว่าหัวขาวรุ่นพี่ไม่เตือน ๕๕๕๕
อย่างไรก็ตาม ถึงหัวขาวจะใหญ่คับไซด์สักแค่ไหนก็ตาม แต่สุดท้าย ที่ทุกคนยังต้องเกรงใจก็คือพวกหัวเขียวครับ เพราะพวกหัวเขียวนั้น เขาคือเจ้าหน้าที่ที่มาเพื่อควบคุมความปลอดภัย ซึ่งตามกฎหมายพวกนี้คือเจ้าของสถานที่ครับ (อาจจะยกเว้นไซด์งานโยธานะ ผมไม่ทราบเรื่องนี้จริงจริง)
เมื่อใดก็ตามที่พวกหัวเขียวเห็นว่างานที่กำลังทำอยู่นั้น ไม่ปลอดภัย พวกพี่แกสามารถเตือนได้ หรือสั่งใหญ่หยุดงานก็ได้ครับ
ที่สำคัญ พี่แกสามารถเชิญใครก็ตามที่ไม่ทำตามระเบียบความปลอดภัยออกไปนอกไซด์งานก็ได้ด้วยสิ แถมบางที่ คนที่โดนเชิญออกจะโดนขึ้นบัญชีหนังหมาด้วยนะ แบบว่า หมดสิทธิ์เข้ามาเหยียบโรงงานหรือโรงงานอื่นในเครือยาว (สูงสุดที่เคยได้ยินคือ ๓ ปี ยกเว้นว่าโดนจับได้ว่าก่อคดีในพื้นที่ของเขาก็อาจจะตลอดกาล) และแน่นอนที่สุดว่า พวกหัวขาวก็อาจจะโดนเชิญออกเองก็ได้ถ้าทำตัวไม่ดีเสีย ซุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเอาเสียเอง
นอกจากนี้ ไม่ว่าจะกรณีใด ๆ ก็ตาม ถ้างานที่ทำถูกพวกหัวเขียวสั่งให้หยุดแล้วเป็นเหตุให้่งานล่าช้าเสร็จไม่ทัน พวกหัวขาวนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวกับพวกหัวเขียว
------------------------------
เห็นไหมครับว่า สีนั้น มีความสำคัญต่อการปฎิบัติงานขนาดไหน ตำแหน่งผมตอนนี้และต่อจากนี้คือวิศวกรอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องใช้หมวกสีขาวครับ เพื่อการทำงานให้สะดวกราบรื่นครับ
นอกจากนี้ มันเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ขององค์กรด้วย ลองคิดดูสิครับ นี่คือเรื่องที่มืออาชีพจะต้องทราบ แต่ถ้าบริษัทผมเอาหมวกฟ้าหรือเหลืองให้ผมใช้ นอกจากพวกคนงานมันจะดูถูกผมแล้ว
ลูกค้าผมก็จะมองด้วยสายตาแบบเหยียด ๆ ด้วยครับ "บริษัทนี่แม่งไม่มืออาชีพเลยหว่ะแค่สีหมวกหมายถึงอะไรยังไม่รู้ แล้วจะไปรอดเหรอว้า"
ดังนั้น เรื่องนี้หวังว่า พวกฝ่ายการเงินและการบัญชีจอมงกจะเข้าใจนะครับว่า เรากำลังจะซื้อ "ภาพลักษณ์ขององค์กร" กันครับ
อีกอย่าง ค่าหมวกเนี่ย มันใบละไม่กี่ร้อยเองนะ ถ้าคิดจะหาทางลดต้นทุนหน่ะ ไปเริ่มจากการทำ Cost Analysis ก่อนจะดีกว่าไหม ผมหล่ะำไม่อยากจะพูดว่า
"ต้นทุนหลัก ๆ ของบริษัทเราคือเงินเดือน และพวกฝ่ายคุณนี่แหละทำงานห่วยที่สุดในบริษัท โดยเฉพาะไอ้เมียเจ้าของหน่ะ วัน ๆ ไม่เห็นจะทำห่าอะไรเลย เล่นพันธิปไปวัน ๆ แล้วมาทำเหมือนฉลาด จับผิดพนักงานไปวัน ๆ ถ้าพี่ไม่พูดก็ไม่มีคนเขารู้ว่าพี่โง่หรอกครับ นึกว่าเล่นพันธิปแล้วฉลาดนักริไงวะ แสดดดดดดดดดดดดดด"
(พูดไม่ได้หรอก ถ้าไม่นับระดับผู้จัดการขั้นไป ผมนี่แหละได้เงินเดือนเกือบจะเยอะสุด น้อยกว่าเพื่อนซี้ผมสองพันเอง พูดถึงแค่ซื้อภาพลักษณ์บริษัทพอละ ๕๕๕)
------------------------
ภาคพิเศษ ผม vs เมียเจ้าของ (ยกที่ ๑)
เมียเจ้าของ : " ขี้เมา เธอยังไม่ไปเปิดบัญชีธนาคารอีกเหรอ" (บริษัทผมจ่ายเงินเดือนผ่านธนาคารไทยพานิชย์หน่ะ)
ผม : " ครับ ยังครับพี่"
เมียเจ้าของ : " แหม งั้นรวบไปจ่ายเงินเดือนเอาเดือนหน้าเลยได้ไหม"
ผม : " แล้วแต่ครับพี่ เงินผมหมดเมื่อไร ผมก็หยุดมาทำงานเมื่อนั้นจนกว่าจะได้เงินเดือนแหละครับ"
เมียเจ้าของ : " ...."
เมียเจ้าของ : "แล้วตอนนี้เธอเอาเงินที่ไหนใช้หล่ะ" (ยังจะงกไม่เลิก)ผม : " เงินเก็บจากที่ออสเตรเลียพี่"
เมียเจ้าของ : " อ้าวแล้วพ่อเธอไม่จ่ายเงินให้เหรอ"
ผม : " ผมไม่ได้ทำงานให้บริษัทพ่อผมหนิครับ"
เมียเจ้าของ : " ...."
ภาคพิเศษ เพือนผม vs เมียเจ้าของ (ยกที่ ๒)
เมียเจ้าของ : " ต่อจากนี้เราจะควบคุมค่าน้ำมันด้วยการกำหนดว่าถ้าพนักงานไปจังหวัดนี้ จะเบิกค่าน้ำมันได้เท่าไรนะค่ะ "
เพื่อนผม : " ไม่เป็นไรพี่ ถ้าผมขับถึงตามที่บริษัทกำหนดแค่ไหน ผมก็จอดรถไว้ตรงนั้นแหละพี่ ถึงลูกค้ารึเปล่าผมไม่สน"
เมียเจ้าของ : "..."( ก็บริษัทสนับสนุนให้แค่นั้นเองนี่หว่า จะให้ทำยังไงฟ่ะ)
------------------------------
นิทานเรื่องนี้สอนให้ รู้ว่า เล่นพันธิปบ่อย ๆ ไม่ได้แปลว่าจะฉลาดล้ำหรอกนะจ๊ะ
edit @ 7 Dec 2009 13:08:45 by Brandy Frisky