บทความนี้ ได้แรงบันดาลใจมาจากบล็อกของหมอแมวครับ "วิธีช่วยคนที่ถูกไฟฟ้าดูด ที่เอาไปPrintแปะได้"
 
 
การที่เราไปถูกไฟดูดในสถานที่อื่น ซึ่งไม่ใช่ที่ของเรานั้น คงพูดได้คำเดียวว่า ซวยโคตร ๆ เลย ใช่ไหมหล่ะครับ
 
แล้วถ้าบังเอิญ โดดดูดในที่ ๆ ไม่มีใครอยู่หล่ะ ?
 
 
 
ที่จริง ปัญหาเรื่องการโดดไฟดูดนั้น ได้มีวิศวกรคิดเอาไว้นานแล้วครับ ตั้งแต่ พ.ศ. 2379 นู่นแหนะ ซึ่งเราเรียกอุปกรณ์ตัวนี้ว่า "เซอร์กิต เบรคเกอร์" (Circuit Breaker) ซึ่งเราเรียกทับศัพท์มันว่า "เบรคเกอร์" นั่นแหละครับ

เจ้าเบรคเกอร์พวกนี้ มีสถานที่สิงสถิตย์อยู่ในกล่อง ๆ นึงซึ่งเรียกว่า "สะพานไฟ" (แต่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Consumer Unit)
 
โดยปกติแล้ว ในสะพานไฟนั้น จะมีเบรคเกอร์ตัวใหญ่อยู่หนึ่งตัว โดยทั่วไป จะอยู่ทางด้านซ้ายสุด (กรณีตู้ไฟทั่วไปจะเรียงเบรคเกอร์ตามแนวนอน ยกเว้นระบบไฟอาคาร ซึ่งจำเป็นต้องมีเบรคเกอร์ย่อยเยอะ ๆ จะใช้แบบเรียงแนวตั้ง ซึ่งกรณีนี้ จะเป็นตัวบนสุด) เราเรียกเจ้าเบรคเกอร์ตัวนี้ว่า "เมน เบรคเกอร์" (Main Breaker) ซึ่งเจ้าตัวนี้จะเป็นตัวที่ควบคุมกระแสไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งถ้าเราตัดไฟที่เจ้านี่ (หรือเจ้านี่ตัดไฟด้วยตัวเอง) ไฟทั้งบ้านเราจะดับทั้งหมด (เว้นแต่ว่า บ้านคุณจะมีการติดตั้งสะพานไฟมากกว่าหนึ่ง) ส่วนตัวอื่น ๆ เป็นตัวที่จะคุมกระแสไฟที่จะจ่ายไปตามจุดต่าง ๆ ในบ้าน
 
ที่ในบล็อกหมอแมวบอกให้สับสะพานไฟทิ้ง ก็หมายถึงให้สับเอาตัว เมน เบรคเกอร์นี่แหละครับ ให้อยู่ตำแหน่ง off
 
คราวนี้ เราจะเลือกเบรคเกอร์กันยังไงหล่ะ ?
 
ก่อนอื่น เราต้องรู้จักกับ คำสามคำนี้ก่อนครับ
 
1 กระแสไฟฟ้า (Electrical Current) เจ้านี่หมายถึงปริมาณประจุไฟฟ้าที่ไหลผ่านไปมา มีหน่วยเป็น แอมแปร์ (Ampare, A) ครับ
2 ความต่างศักย์ / ศักย์ไฟฟ้า/แรงดันไฟฟ้า (Electrical Potential) เจ้านี่หมายถึง ความสามารถที่ไฟฟ้าจะไหลผ่านจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้ ซึ่งค่ายิ่งมาก ยิ่งมีโอกาศสูง มีหน่วยเป็น โวลต์ (Volt, V)
3 กำลังไฟฟ้า Electrical Power) หมายถึงอัตราการรับประทานไฟฟ้าต่อหน่วยเวลา มีหน่วยเป็น วัตต์ (Watt)
 
สำหรับไฟฟ้าในบ้านเรานั้น จะมีความต่างศักย์เป็น 220 โวลต์ครับ
 
และเจ้าเบรคเกอร์นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมปริมาณกระแสไฟฟ้าไม่ให้ไหลผ่านตัวมันเกินไปจากที่ถูกกำหนดเอาไว้ (ดูได้จากฉลากหน้าตัวเบรคเกอร์เอง ถ้ามันเขียนเอาไว้ว่า 10A ก็แปลว่ามันยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวมันได้ไม่เกิน 10A)
 
ตรงนี้ เคยมีคนบอกผมว่า เขาเลือกเบรคเกอร์แบบเอาค่าใหญ่ไว้ก่อนเข้าว่า ซึ่ง ผิดครับ
 
เพราะว่า กระแสไฟฟ้าขนาดแค่ 0.06 A (60mA, 60 มิลลิแอมป์ หรือ 60 หาร 1000 แอมป์) ก็ทำให้คนสะดุ้งโหยงได้แล้วครับ และถ้ากระแสระดับสัก 1A ไหลผ่านตัวเรา ก็สามารถทำให้เราตายได้ภายในเวลาแค่ 2 วินาทีเท่านั้นแหละครับ
 
โชคดีที่ในบ้านเรา ไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าตัวไหนที่ต้องการกระแสสูงขนาดนั้น ยกเว้นเครื่องปรับอากาศ กับเตารีด โดยทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปในบ้าน กินกระแสระดับมิลลิแอมป์หมด ซึ่งนั่นทำให้เวลาเราถูกไฟดูด เราจะแค่สะดุ้งถอยออกมา
 
แต่ก็มีเหมือนกันที่เราดันซวยไปจับสายไฟ แล้วพอไฟช็อต เราดันไปกำสายไฟเอาไว้เนื่องด้วยกระแสไฟฟ้านั้น ทำให้กล้ามเนื้อเราหดตัว
 
ดังนั้น เวลาจะจับอะไรก็ตามที่ไม่แน่ใจว่ามีไฟฟ้าไหลผ่านไหม ให้ใช้ปลายนิ้วด้านหลังมือแตะครับ เพื่อที่พอถูกดูด นิ้วของเราจะงอหนีไฟฟ้าด้วยธรรมชาติของกล้ามเนื้อของเราเอง
 
แค่ว่า กรณีที่ซวยสุด ๆ ก็คือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรผ่านตัวเรา ซึ่งนั่นจะทำให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวเราอย่างรุนแรงครับ และผู้ประสบภัยก็จะเสียชีวิตหรือทุคลภาพด้วยสาเหตุนี้
 
 
ย้อนกลับไปที่คุณสมบัติของเบรคเกอร์ แนะนอนครับว่าเบรคเกอร์นั้น มีหลายรูปแบบ แต่มีจุดเหมือนกันประการหนึ่งคือ จะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านตัวมันได้ในระดับหนึ่ง ก่อนที่จะทำการตัด
 
แต่ถ้าเราเลือกเบรคเกอร์ใหญ่เกินไป พอเราถูกไฟดูด กระแสที่ว่าโหด ๆ นั้น สำหรับเจ้าเบรคเกอร์ตัวใหญ่นั้น อาจจะ เฉย ๆ เลยก็ได้ เนื่องจากกระแสมัน "น้อยกว่า" จุดที่มันจะตัด
 
ดังนั้น วิธีการเลือกเบรคเกอร์ที่ถูกต้องก็คือ เราต้องทำการคำนวนก่อนครับว่า ในแต่ละจุดที่เบรคเกอร์จ่ายไฟไปนั้น มันจะกินกระแสเท่าไร ? โดยการไล่เรียงว่า ในจุดนี้ เราจะใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรบ้าง แล้วเอาค่ากระแสทั้งหมดมาคิดรวมกัน แล้วเลือกใช้เบรคเกอร์ที่มีขนาดใกล้เคียงกับค่าที่เราคำนวนได้ (ห้ามน้อยกว่านะครับ)

แต่ว่านะ ปกติอุปกรณ์ไฟฟ้าเขาจะไม่บอกมาว่า มันกินกระแสเท่าไร แต่จะบอกว่า ใช้กำลังเท่าไร ? ซึ่งเราจะคำนวนหากระแสได้จาก
 
กระแส = กำลัง/ความต่างศักย์ = กำลัง/ 220
 
ส่วน เมนเบรคเกอร์ ใช้ค่าที่ได้จากการรวมอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะใช้ทั้งบ้านครับ
 
 
-------------------------------------
 
 
อย่างไรก็ตาม ในหลาย ๆ กรณี เบรคเกอร์ที่เราใช้ในบ้านอาจจะยังไม่พอ
 
วิศวกรเขาก็คิดระบบป้องกันไว้ให้เราอีกสองระบบครับ
 
1 ระบบสายกราวน์ ซึ่งระบบนี้ จะใช้หลักการคล้ายสายล่อฟ้าคือ ดึงเอากระแสไฟฟ้าทั้งหมดไปทิ้งลงดินแทน (ไส้เดือนซวยแทน) ในบ้านเก่าจะไม่มี แต่ถ้าคุณจะซื้อบ้านใหม่ ก็มอง ๆ เอาไว้ด้วยก็ดีครับ และเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายตัว จะมีขาที่สามใช่ไหมหล่ะครับ นั่นแหละครับ สายกราวน์
 
2 เซฟทีคัต เข้านี่จริงจริง ก็คือเบรคเกอร์แบบนึงนั่นแหละครับ แต่ว่า มันมีความไวต่อกระแสที่พุ่งขึ้นมาผิดปกติเป็นพิเศษ (เวลาเราโดดดูด กระแสก็จะพุ่งขึ้นมาเยอะเป็นพิเศษครับ) ตัวละไม่กี่พัน ยุ่งยากตอนติดตั้งนิดหน่อย แต่ดีกว่าตายครับ
 
 
------------------------------------------------
 
ข้อปฎิบัติในการหลีกเลี่ยงการถูกไฟดูด
 
มีหลักการคร่าว ๆ ดังนี้ครับ
 
  1. บำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  2. ตรวจสอบขั้วปลั๊กให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  3. หลีกเลี่ยงการกระจุกพ่วงไฟใช้อุปกรณ์หลาย ๆ ตัวผ่านปลั๊กตัวเดียว ให้กระจายมันออกซ่ะ เพื่อยืดอายุงานของสายไฟ (และป้องกันไฟไหม้ด้วย เพราะสายไฟเอง ก็มีขีดความสามารถในการรับกระแสไฟฟ้ากับเค้าเหมือนกัน)
  4. หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าในพื้นที่เปียกชื้น (เพราะน้ำนั้น นำไฟฟ้า (มีเกล็ดความรู้ต่อท้ายเรื่องนี้ให้อีก)
  5. อย่าย่ำลงน้ำที่มีความเสี่ยงต่อกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะเวลาน้ำท่วม
  6. ถ้าไม่มีความรู้ด้านไฟฟ้า อย่าพยายามซ่อมอุปกรณ์ไฟฟ้าเอง (ตายไม่คุ้มนะจ๊ะ)
  7. มีแฟนเป็นวิศวกร (ไร้สาระละ)
 
 
-----------------------------------------------
 
 
รู้ไหมว่า
 
ความจริงแล้ว ตัวน้ำเองนั้น "ไม่ได้"มีความสามารถในการนำไฟฟ้าเลย แต่ที่เราโดนไฟช็อตผ่านน้ำนั้น มีสาเหตุมาจาก "แร่ธาตุ"ที่ละลายในน้ำต่างหาก สำหรับน้ำกลั่นนั้น ถึงจะถูกกลั่นเอาแร่ธาตุออกไปแล้ว แต่ก็จะยังมีประจุไฟฟ้าหลงเหลืออยู่บ้าง และในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จะมีน้ำอยู่พวกนึง เรียกว่า "ดี-ไอ-ออน-ไนซ์-(ซึ)" (Deionized Water) ซึ่งถูกกำจัดประจุทิ้งจนไม่เหลือ เอาไว้ใช้ล้างอุปกรณ์ที่มีความอ่อนไหวต่อประจุไฟฟ้าจ๊ะ
 
 

edit @ 16 Feb 2012 21:44:04 by Brandy Frisky

Comment

Comment:

Tweet

#5 By (1.47.106.230|1.47.106.230) on 2015-08-28 00:11

Hot! Hot! Hot!
ขอบคุณ คุณ Brandy Frisky มากๆๆเลยนะคะ สำหรับความรู้ เรื่องเกี่ยวกับ เบรกเกอร์ ไฟฟ้าเป็นอะไรที่มองไม่เห็นเหมือนภัยอื่นๆ ด้วยค่ะ อันตรายมากๆๆเลยถ้าหากพลาดขึ้นมา ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ


ปล. ขอบคุณมากๆสำหรับกำลังใจ ความรู้คำแนะนำ ต่างๆเกี่ยวกับธรุกิจนะคะ ทุกๆๆ กำลังใจที่ให้มาสำคัญสำหรับพุดเสมอค่ะไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว แฟน หรือเพื่อนค่ะ confused smile ขแบคุณสำหรับคำอวยพรด้วยนะคะ big smile

ปล2.ขอบคุณที่ชมค่ะแต่ภาพหลอกตานะคะ ^_^ จริงๆแล้วพี่ป๊อกแอบโชคร้ายนะคะ ที่เจอพุด555+

#4 By opuddingo on 2012-02-17 20:08

Hot! Hot! Hot!
เขียนดี อ่านง่าน ได้ความรู้ ต้องหาคู่เป็นวิศวกรquestion

#3 By Kanya on 2012-02-17 05:30

OK. You are engineer! I trust you!

#2 By ศรี on 2012-02-17 04:17

ความรู้เต็มอัตราศึก


open-mounthed smile Hot!

#1 By อิสระรำพัน on 2012-02-17 01:43

Brandy Frisky View my profile

เกลียดมัน ถ้าท่านพอใจในบทความ ท่านสามารถช่วยกระจายบทความได้ด้วยการรีทวิต
คลิกเพื่อรีทวิตที่ข้างบน

ขอบคุณที่หลงผิดมาอ่านครับ

Recommend