And the Band Played Waltzing Matilda
posted on 06 Oct 2009 05:57 by capt-stg in Australia, Summon-the-Heroes
Proclaim
บล็อกวันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากบทความ "2 ปีแห่งการจากไปของ ตชด. คนกล้า" ของคุณเจ้าชายน้อย เพื่อรำลึกถึงเลือดทุกหยดเหงื่อทุกหยาดที่สละเพื่อผู้อื่น
เพลงนี้เป็นเพลงของออสเตรเลียก็จริง แต่แต่งเพื่อรำลึกถึงทหารกล้าที่สละเลือด เหงื่อและร่างกายเพื่อประเทศชาติมาเช่นกัน และเคยถูกใช้ในแคมเปณการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัญอเมริกาในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยวุฒิสมาชิก บ๊อบ เครเรย์ซึ่งเป็นอดีตทหารผ่านศึกด้วย (อ้างอิง)
เนื้อร้องอันเป็นต้นฉบับ สามารถอ่านได้จากลิงก์นี้ (ไฟล์ PDF) แต่ผมจะแปลให้ข้างล่างครับ สำหรับคลิปข้างล่าง เป็นคลิปที่ผมเลือกแล้วว่าได้อารมณ์ที่ต้องการที่สุดครับ
เนื่องจากเพลงนี้มีความเกี่ยวข้องกับส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย ดังนั้น ผมจะเขียนส่วนอธิบายแยกจากเนื้อเพลงเพื่อไม่ให้คุณสะดุดเวลาอ่านด้วยการใส่เครื่องหมาย [n] อันหมายถึง คำอธิบายที่ n นะครับ
---------------------
-------------------------
แปล
ตอนที่ฉันยังเป็นหนุ่มฉันแบกถุงเดินทาง [1]
และใช้ชีวิตอิสระเดินทางท่องเที่ยวไปเรื่อย ๆ
จากบริเวณลำน้ำมูร์เรย์ [2] อันเขียวชะอุ่มไปจนถึงเอาท์แบ๊ค [3]
เดินทางร่อนเร่ไปเรื่อย ๆ [4]
จากนั้นในปี ค.ศ. ๑๙๑๕ ประเทศฉันก็พูดว่า ลูกเอ๊ย
หมดเวลาเดินเล่นแล้วลูก มีงานต้องทำ
ดังนั้นพวกเขาก็ส่งหมวกดีบุกกับปืนให้ฉัน
จากนั้นก็นำฉันไปสู่สงคราม
จากนั้นวงก็บรรเลงเพลง Waltzing Matilda [4]
และเรือก็ออกเดินทางจากท่า
และฝูงชนก็ตะโกนโห่ร้อง โบกธงและร้องไห้ พวกเราเดินทางไปกาลิโปลี [5]
และฉันยังจำวันอันสุดแสนจะเลวร้ายนั่นได้ดีเลย
จำได้ว่าเลือดของพวกเราเปื้อนทรายและน้ำยังไง
และนรกในอ่าวซูลวา[6]เป็นยังไง
พวกเราเป็นเหมือนแกะถูกเชือดในโรงฆ่าสัตว์
ฝั่งตุรกีรอคอยพวกเราและพวกเขาก็เตรียมตัวมาอย่างดี
เขาสาดเราด้วยกระสุดปืืนและถล่มเราด้วยปืนใหญ่
และในห้านาทีนั่นแหละ เขาก็ส่งพวกเราทั้งหมดลงนรก
แรงยิงแทบจะเป่าพวกเรากระเด็นกลับถึงออสเตรเลียแหน่ะ
และวงก็บรรเลงเพลงวอลท์ซิง มาทิลดา เมื่อพวกเราหยุดฝั่งศพฝ่ายเรา
เราฝั่งศพฝ่ายเรา พวกเติร์ก (ตุรกี) ก็ฝั่งศพพวกเขา แล้วเราก็เริ่มรบกันใหม่อีกที
และพวกที่เหลืก พวกเราพยายามเอาชีวิตรอด
ในโลกแห่งเลือด ความตายและการรบที่บ้าคลั่ง
และสำหรับในช่วงสิบสัปดาห์ที่ยาวนาน ฉันยังคงมีชีวิตรอด
และรอบ ๆ ฉันก็มีศพที่กองสุมกันสูงขึ้นเรื่อย ๆ
จากนั้นปืนใหญ่ของพวกเติร์กก็ซัดฉันจนคมำ
และเมื่อฉันตื่นบนเตียงพยาบาล
และฉันเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ฉันคิดว่าฉันกำลังจะตาย
ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีอะไรที่เลวร้ายไปกว่าการตายอีกแล้ว
ที่ ๆ ฉันจะไป ไม่มีอีกแล้ว "วอลท์ซิง มาทิลดา" ซึ่งรายล้อมไปด้วยพุ่มไม้เขียวขจีซึ่งอยู่ไกลและเสรี
การจะแบกเต้นท์กับหมุด คนต้องการขาสองข้าง
ไม่มีอีกแล้ว (การเดินทางร่อนเร่แบบ) "วอลท์ซิง มาทิลดา"
พวกเขารวม คนพิการ คนเจ็บไว้ด้วยการ [7]
และพวกเขาก็ส่งเรากลับบ้าน ออสเตรเลีย
บางคนไร้ขา ไร้แขน ตาบอด เป็นบ้า [8]
เหล่าวีรบุรุษที่บาดเจ็บอย่างภาคภูมิใจจากสมรภูมิแห่งซุลวา [6]
และเรือของเราก็เดินทางขึ้นเทียบท่าที่เซอร์คูลาร์ คีย์ [9]
ฉันมองไปยังที่ ๆ ฉันเคยยืนอยู่
และขอบคุณพระเจ้าไม่มีใครมารอฉันเลย
เพื่อแสดงความเสียใจ โศกเศร้า และปลอบโยน
แต่วงก็บรรเลง "วอลท์ซิง มาทิลดา" ระหว่างแบกพวกเราลงยังทางเดิน
ไม่มีใครเชียร์เรา พวกเขาแค่ยืนและจ้องมอง
จากนั้นก็เบือนหน้าหนีไป
จากนั้น ทุก ๆ เมษายน [10] ฉันนั่งบนที่นั่งของฉัน
และมองขบวนแห่ผ่านหน้าฉัน
และฉันเห็นอดีตสหายศึก เห็นว่าเขาเดินกันอย่างภูมิใจยังไง
การกลับมาของเกียรติยศแห่งวันวาน
และพวกแก่ ๆ เดินช้า ๆ กระดูกพวกเขามันผุหมดแล้ว
พวกเขาคือวีรบุรุษแก่ ๆ ที่เหนื่อยล้าจากสงครามที่ถูกลืม
และพวกคนหนุ่ม ๆ ก็ถามว่า พวกแก่ ๆ นี่จะเดินแห่กันไปทำไม?
และฉันก็ถามตัวเองด้วยคำถามเดียวกัน
แต่วงก็ยังบรรเลง "วอลท์ซิง มาทิลดา" และคนแก่ก็ยังคงตอบรับคำเรียกขาน
แต่เพราะปีต่อปีผ่านพ้นไป จำนวนคนแก่ก็ลดน้อยลงไป
วันหนึ่งคงจะไม่มีใครมาเดินแห่อีกต่อไป
วอลท์ซิง มาทิลดา วอลท์ซิง มาทิลดา ใครจะมาร่วมเดินทางกับฉัน
และเหล่าผีทหารผ่านศึกอาจจะได้ยินในยามที่พวกเขาเดินผ่านหนองน้ำ [11]
ใครจะมาร่วมเดินทางกับฉัน (วอลท์ซิง มาทิลดา)
-----------------------
อธิบาย
[1] pack ในสแลงออสหมายถึงเป้ แบคแพค)
[2] Murray หมายถึงระบบแม่น้ำมูร์เรย์ อันเป็นแหล่งน้ำสำคัญของรัฐเซาท์ ออสเตรเลีย และรัฐวิกตอเรีย
[3] Outback หมายถึงดินแดนทะเลทรายกลางแผ่นดินใหญ่ออสเตรเลีย
[4] Waltzing Matilda คือเพลงที่กล่าวถึงคนเร่เดินทางไปเรื่อย ๆ และขโมยแกะชาวบ้านกินจนโดนตำรวจจับ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของชาวออสเตรเลียยุคก่อน และชาวออสเตรเลียก็นิยมเพลงนี้มาก ๆ จนร้องกันบ่อยจึงจัดได้ว่าเพลงชาติอย่างไม่เป็นทางการของออสเตรเลีย ส่วนเพลงชาติอย่างเป็นทางการคือ Advance Australian Fair ครับ
[5] Gallipoli คือชื่อแหลมกาลิโปลีในตุรกี ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมรภูมิรบในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง (การทัพกาลิโปลี) ซึ่งจบลงด้วยความปราชัยของฝ่ายสัมพันธมิตร (ถึงจะคุยว่าหนีได้อย่างมีชั้นเชิงก็เถอะ) ซึ่งสำหรับ เซอร์ วิสตัน เชอร์ชิล ผู้รับผิดชอบในปฎิบัติการทางทหารครั้งนี้แล้ว นี่คือจุดด่างพร้อยในประวัติของเขา แต่สำหรับชาวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์แล้ว นี่เป็นสมรภูมิแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา อันเป็นที่มาของวัน ANZAC Day หรือวันทหารผ่านศึกสำหรับทั้งสองชาตินี้ เพื่อรำลึกถึงผู้ที่ต้องไปสังเวยชีวิตในสงครามเพื่อประเทศชาติ (ถึงแม้จะแพ้มาก็เถอะ)
[6] อ่าวซูลวา เป็นส่วนหนึ่งของแหลมกาลิโปลี ซึ่งมีความสำคัญในฐานะจุดยกพลขึ้นบกของกองทัพอังกฤษ ไม่ใช่ของกองทัพออสเตรเลียนิวซีแลนด์ จุดนี้เป็นจุดที่ผู้แต่งเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากประวัติศาสตร์
[7] crippled คนพิการที่เสียแขนและ/หรือขา wounded คนบาดเจ็บ maimed คนที่บาดเจ็บอย่างหนัก
[8] บางคนทนรับสภาพที่โหดร้ายของสงครามไม่ได้และเป็นบ้า เรียกอาการทางจิตนี้ว่า Shell Shock
[9] Circular Quey ชื่อบริเวณอันเป็นท่าเรือทางตอนเหนือของเมืองซิดนีย์ เป็นที่ตั้งของทั้ง สะพานฮาเบอร์ และซิดนีย์ โอเปรา เฮาส์ อันโด่งดัง
[10] วันที่ ๒๕ เมษายน เป็นวัน ANZAC Day หรือวันทหารผ่านศึกของออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์
[11] ฺBillabong เป็นสแลงออกซี่ หมายถึงหนองน้ำ
-----------------------------
แด่เหล่าผู้กล้าทุกชาติที่อุทิศตนเพื่อผู้อื่นไม่ว่าจะจากชาติไหน
ขอประนามและสาปแช่งเหล่าพวกกระหายเลือด บ้าสงคราม อันเป็นเหตุให้เกิดการหลั่งเลือดพลีชีพอันมีค่า
ขอก่อด่าพวกที่คิดจะทำสงครามโดยไม่จำเป็น
ขอเตือนเหล่าผู้หลงผิด คิดว่าสงครามคือเกียรติยศ
และสุดท้าย ขอหวังว่าวันหนึ่ง คำว่าประเทศจะหมายถึงเพียงเขตแดนของกลุ่มคนที่มีวัฒนธรรมเดียวกัน ไม่มีการแบ่งแยกซึ่งชนชาติและศาสนาอีกต่อไป
เหล่าวีรชนเอ๋ย จงไปสู่สุขติเทอญ