ไอ้ขี้เมาเล่าเรื่องผี
posted on 26 Sep 2009 09:09 by capt-stg in MYOB
ที่จริงตั้งใจว่าวันนี้จะเขียนเรื่องของไร้สาระนุกรมต่อครับ แต่ว่า ๕๕๕ เมื่อคืนเจอรายการพิเศษ โดนลากออกไปกินเบียร์ เขียนไม่ทัน วันนี้เลยเอาเรื่องนี้ไปก่อนก็แล้วกันครับ
คุณเชื่อเรื่องผีหรือไม่?
สมัยผมเรียนประถม ในพวกพี่ ๆ ในรถเขาเล่าว่ามีผีตัวสีแดงอยู่หลังซอยหก ผมเลยรวบรวมความกล้าไปดูครับ
ลองคิดดูนะครับ ตอนนั้นผมเพิ่งเรียน ป ๓ เอง และผมก็เจอครับ ผีสีแดงตัวเบ้อเริ่มเลย
......
.....
...
....
...
..
....
....
แม่งไอ้เวรที่ไหนก็ไม่รู้มาเขียนคำว่า "ผี" ด้วยสเปรย์สีแดงตัวเบ้อเริ่มเลยแบบนี้เลย
ผี
ผีจริงด้วย แสดดดดดดดดดดดดดด!
-----------
ต่อมา ผมอยู่ ม ๓ ครูสังคมท่านไม่ทราบว่าอารมณ์ไหนครับ ถามว่ามีใครเคยเห็นผีบ้าง แล้วนั่งเงียบกันทั้งห้อง
ผมเลยยกมือขึ้นครับ ท่านเลยถามผมว่า เคยเห็นผีอะไร? ผมจึงตอบท่านไปอย่างชัดเจนมั่นใจ
"ผีทะเลครับ!"
เล่นเอาฮาครืนกันทั้งห้องเลยทีเดียว
-----------
เรื่องนี้ทีเด็ด
เป็นยุทธการไล่แขกครับผม
เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนผมอยู่ปี ๓ (ทำไมมีแต่เลข ๓ หว่า) ผมเช่าห้องอยู่กับเพื่อน ซึ่งห้องที่เช่าเป็นห้องชุดครับ ซึ่งชาวพุทธบูชา โดยเฉพาะเด็กบางมดรู้จักดีแน่นอนว่าผมหมายถึง บ้านสวนธน ครับ แล้วห้องที่ผมได้อยู่ชั้นล่างสุดเลยจึงมีลานหน้าบ้านเอาไว้นั่งเล่น กินเหล้ากันด้วยครับ
เรื่องมันมี อยู่ว่า มีเพื่อนผมคนนึงในรุ่นมันมาสิงห้องผม โดยอ้างว่าห้องมันมี "ผีลูกแบต"ครับ
หมอนี่เพื่อน ๆ เรียกมันว่า ไอ้พร้าว ซึ่งภาษาใต้แปลว่า นักตอด ครับ
ผีที่ว่าคือวันนึงมันนอน ๆ อยู่ก็มีลูกแบตลอยขึ้นมาแล้วเหมือนมีใครหยิบลูกแบตนั่นปาใส่หน้ามันครับ และมันก็กลัวผีสุด ๆ จริงจริง
ทุกท่านครับ จะมา สิงหออะไร เพื่อนไม่ว่าหรอกครับ แต่นี่มาสิงเป็นเดือน ตามมารยาท ก็ควรจะช่วยจ่ายค่าน้ำค่าไฟบ้าง เพราะพี่แกมาสิงแบบเหมือนห้องตัวเองเลย ห้องตัวเองไม่กลับเลย
แต่นั่นไม่เท่าไรหรอกครับ ไม่เคยมีใครในห้องคิดเรื่องนี้เลย แต่
พี่แกนี่ มาอยู่ห้องเขาแล้ว ยังมีหน้ามาชี้นิ้วสั่งให้เจ้าของห้องทำนั่นทำนี่ให้ด้วยนะครับ นี่แหละครับที่ "กูรับไม่ได้โว้ย"
และวันนึงผมก็ตบะแตกครับ เมื่อพี่แกมาปลุกใช้ให้ผมไปซื้อไข่ให้มันกินครับ แหมพี่ ผมกำลังนอนสบาย ๆ ปลุกมาใช้งานอีกนะ แล้วพี่แกก็อ้างครับว่ากับข้าวที่กินกันเมื่อวาน พี่แกออกเงินซื้อครับ และใช้จุดนี้มาบังคับผม (มารู้ทีหลังด้วยนะว่าแม่งตอแหล)
เช้า ๆ ตื่นมา สมองผมไม่ค่อยแล่นหรอกครับ จะเบลอ ๆ แต่ความหงุดหงิดมีสูง อย่ามากวนตีนผมยามเช้าก็แล้วกัน แต่เจอมุกนี้เข้าไป ผมจุกพูดไม่ออกเลย ได้แต่ก้มหน้าไปซื้อให้มัน (แต่ไข่เนี่ย เลือกแล้ว ลูกที่แย่ที่สุดในร้าน)
ผมรู้สึกรับไม่ได้ครับ จากนั้นผมจึงอาบน้ำ แต่งตัว กลับบ้านตามปกติ (วันนั้นวันเสาร์ วันกลับบ้านของผม) แต่ก่อนกลับ ผมแวะไปหาเพื่อนสนิทผมก่อนครับ เพื่อระบายเรื่องนี้ให้ฟัง แต่ผมไม่ได้บอกว่าผมหมายถึงใครเท่านั้นเอง เพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ในกลุ่มร้าวฉานครับ เพื่อนคนนี้อายุมากกว่าพวกเราในกลุ่มและเป็นคนที่ค่อนข้างสุขุมพวกเราจึงเรียกแกว่า "น้า" ครับ
ช่างบังเอิญยิ่ง เย็นวันนั้น ไอ้ ร เพื่อนสนิทผมที่เช่าห้องอยู่ด้วยกันก็กลับมาจากบ้านแล้วบ่นไม่พอใจไอ้พร้าวให้น้ากันฟังเหมือนกัน น้าจึงเล่าให้ฟังว่าเมื่อเช้าผมก็มาบ่น แล้วแกคิดว่าผมหมายถึงไอ้ ร แต่เพราะมันมาบ่นในทำนองเดียวกัน จึงเข้าใจว่าแท้จริงแล้วหมายถึงใคร
เย็นวันถัดมา ผมกำลังเดินทางกลับหอ ไอ้ ร ก็โทรมาหาผมครับ "เฮ้ย มาถึงแล้วมาห้องน้านะ"
นั่นแหละครับ พวกเราถึงได้ล้อมวงคุยกันว่าจะเอาไงดี แต่จะไล่ก็ไม่ได้เพราะเกรงว่าเดี๋ยวไอ้พร้าวจะเอาไปเล่าให้คนอื่นฟังว่าพวกผมเลว ไล่เพื่อน (มัน) ออกจากกลุ่มครับ
สุดท้าย คิดไม่ออก เลยเก็บไว้ในใจกันก่อนครับ
--------------
วันหนึ่ง ไอ้ ร กับ ไอ้ น (เพื่อนร่วมห้องอีกคน) เอาจักรยานไปขี่เล่นกัน ซึ่งคันนึงเป็นของผมครับ แล้วไปตลาดแล้วซื้อผ้าแพรสามสีมาผูกหน้าจักรยานผมเล่นครับแล้วบอกว่าเป็น "แม่ย่านางรถ"
ผมเห็นแล้วผมก็ขำครับ ตลกดี แต่เกรงว่าผ้าแพรจะลงไปพันกับซี่ล้อจนเกิดอุบัติเหตุกลายเป็นผีสิงจักรยานเอาเสียเองเลยไปแกะออกครับ และไอ้ ร จึงพูดกับผมครับ (สำหรับผู้ที่ผู้ดีจ๋า โปรดเข้าใจด้วยว่ี่า พวกผมเรียนในภาควิชาที่มีกันแต่ผู้ชาย ดังนั้นการพ่นคำหยาบคายจึงเป็นเรื่องธรรมดาครับ นี่คือโลกของผู้ชายครับ)
ไอ้ ร : "เฮ้ย ไอ้สัด อย่าทิ้งเลย เสียดาย"
ผม :"ไอ้ห่า กูกลัวมันเข้าไปพันซี่ล้อรถอ่ะดิวะ"
ไอ้ ร : "ขอกูคิดก่อน เอาไปไว้ไหนดี"
ผม :"มึงก็เอาไปพันต้นไม้นั่นซีวะ"
ครับ ผมหมายถึงต้นไม้ใหญ่หน้าห้องผมครับ
ไอ้ ร : "ไอ้สัด มึงว่าอะไรนะ พูดใหม่ดิ๊"่
ผม :"กูบอกว่า เอาไปพันต้นไม้นั่น"
ไอ้ ร : "ไอ้เหี้ย กูคิดออกแล้ว"
แล้วมันก็เล่าไอเดียอันบรรเจิดของมันให้ฟังครับ ว่าเราจะปลูกศาลเจ้ากันเพื่อไล่เพื่อนผมครับ ซึ่งพอผมรู้ก็สนุกกับการแต่งเติมเรื่องราวครับ
เราแต่งเรื่องกันว่า เราไปเที่ยวกันมา แล้วพอกลับมาเราก็นอนแล้วฝันเห็นเรื่องเดียวกันครับคือ มีผู้หญิงชุดขาวมาปรากฎอยู่นอกระเบียงห้องซึ่งยกลอยขึ้นมาครึ่งชั้น แล้วด่าว่าพวกเราที่ชอบกินเหล้าส่งเสียงดัง และบอกให้ปลูกศาลเจ้าขึ้นบูชาครับ
ศาลเราก็ทำกันง่าย ๆ ด้วยการใช้ถาดรองจานพลาสติกใหญ่ ๆ มาเจาะรูผูกเชือกทำเป็นแท่น เอาถังน้ำแข็งซึ่งขโมยมาจากผับ (เด็กดีไม่ควรทำตาม)มาใส่ทรายทำเป็นกระถางธูป
เวลาเดินเข้าบ้าน เราจะยกมือไหว้ ทุกครั้งเวลากินเหล้า เราจะรินเหล้าจุดบุหรี่ถวายด้วยครับ และคุกเข่าพนมมือขอคมากันแบบจริงจังมาก
ได้ผลครับ มันหนีไปในคืนนั้นเลย และไม่กลับมาสิงห้องพวกผมอีกเลย ๕๕๕๕
แต่ถึงมันไปแล้ว เราก็ยังทำกันต่อกันมันกลับมาครับ และัมีแม่บ้านคนนึงมาถามว่าตั้งศาลไปทำไม จึงเล่าเรื่องแต่งของเราขึ้นมาครับ แม่บ้านคนนั้นก็เชื่อเป็นตุเป็นตะเลยครับ ซึ่งอานิสงค์คือ หลังจากนั้นมา ไม่มียามเดินมาเติดไม่ให้กินเหล้าเสียงดังอีกเลย แต่ปกติพวกผมพยายามควบคุมเสียงนะครับ รู้มารยาทครับว่าเราไม่ควรจะให้ความสุขของเราเบียดเบียนผู้อื่นครับ
ทำไปได้ ๕๕๕
-----------------
สุดท้าย เป็นเรื่องของ "เจ้าพ่อเครื่องกล" ของน้อง ๆ วิศวกรรมเครื่องกล บางมด รุ่นหลัง ๆ ซึ่งมีคนไปเขียนถึงความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าพ่ออะไรนั่นในไร้สาระนุกรม ซึ่งพี่จะบอกว่า พี่อ่านแล้วขำหว่ะ
น้องครับ พี่หน่ะ รุ่น ๔๒ และสมัยพี่เรียนเนี่ย บางทีพวกพี่ก็กินเหล้ากันตรงนั้น บางดีด้วยความเมา พวกพี่ก็ฉี่ใส่ต้นไม้ต้นที่น้อง ๆ กราบไหว้กันอยู่นั่นแหละครับ
ตอนพี่อยู่ปี ๓ มีรุ่นพี่รุ่น ๔๑ แกไปเอาผ้าแพรสามสีมาผูกเล่นครับ ซึ่งทุกคนเขาก็ขำกันดีเลยปล่อย ๆ กันไป นึกไม่ถึง น้อง ๆ รุ่นหลังดันมากราบไหว้
น้องครับ ที่น้อง ๆ ไหว้ ๆ กันหน่ะ มันเยี่ยวของรุ่นพี่น้อง ๆ สี่สิบกว่ารุ่นเชียวนะนั่น ไปเอาผ้าแพรนั่นออกเหอะ อนาถหว่ะ
---------------
คนไทยเรานี่ เหลือเชื่อจริงจริง แค่เอาผ้าแพรสามสีไปผูก ก็เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ได้แล้ว
"ประเทศไทย อะไร(ก็เกิดขึ้น)ได้"
edit @ 26 Sep 2009 10:58:23 by Brandy Frisky

#1 By ผัดไท ~ กวีไร้รัก on 2009-09-26 11:10