ครั้่งแรกที่ตกงานและคำวิจารณ์ของพ่อ
posted on 16 Sep 2009 15:13 by capt-stg in MYOB
ครับ วันนี้เจ้านายโทรมาบอกว่าไม่มีกะงานให้ผมทำอีกแล้ว ซึ่งแปลว่าเขาให้ผมออกนั่นเองครับ ผมจึงโทรไปรายงานนายจ้างรายใหญ่ของผม หรือคุณพ่อที่เคารพนั่นเองว่าคุณลูกตกงานนะ
คุณพ่อผมเป็นเจ้าของกิจการครับ จึงถามรายละเอียดและผมก็รายงานเรื่องข้อวิจารณ์ ๕ ข้อที่เคยได้กล่าวไปแล้วในบล็อกก่อนนี้ครับ
คำวิจารณ์ของพ่อผมนั้น ไม่ได้ติเตียนเลยครับ ในทางตรงกันข้าม ท่านกลับบอกว่านี่เป็นเรื่องดีที่ล้มเหลวเพราะจะได้รีบปรับปรุงแต่เนิ่น ๆ อีกทั้งงานในครัวเองก็ไม่ใช่งานหลักที่สำคัญ ไม่น่าเสียดายเท่ากับมาพลาดตอนได้งานประจำครับ
นอกจากนี้ ท่านยังชมด้วยว่าดีใจที่กล้ายอมรับความจริงและเอามาบอกกัน ซึ่งผมเองก็เห็นว่า เพราะมันคือความจริงและผมต้องยอมรับความจริงเพื่อแก้ไขครับ
นอกจากนี้ ท่านวิจารณ์ว่า ปัญหาหลัก ๆ ของผมมาจากเรื่องคน และลักษณะของผมไม่เหมาะกับงานบริการอยู่แล้ว เพราะผมเป็นคนที่อีโก้สูงครับ เลยทำอะไรไม่ค่อยคิดถึงคนอื่นเท่าไร
นอกจากนี้ในการทำงาน ถ้าบอสสั่งให้หัน ก็ต้องหันทันทีและให้จำให้ขึ้นใจว่า "Boss (is) Always Right, King Can Do No Wrong" ครับ
สำหรับเรื่องสายนั้น ท่านบอกว่าในการทำงานช่วงแรก ๆ ควรจะไปให้ถึงที่ทำงานก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย ครึ่งชั่วโมงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุครับ และเพราะว่าผมเจออุบัติเหตุไปทำงานสายหนึ่งวัน ภาพเลยออกมาไม่ดีครับ
สุดท้าย ท่านย้ำเรื่องอีโก้ของผมครับ ท่านว่า จะทำอะไรให้คิดก่อนว่าคนอื่นเขาจะมองออกมาแบบไหน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ขอให้ระวังและพัฒนาครับ
---------------------------
ถ้าจะพูดว่าการตกงานคือความล้มเหลวในการทำงาน ผมก็ขอยอมรับว่าในครั้งนี้ผมล้มเหลวจริงจริง แต่ผมก็ยังไม่ท้อหรอกนะครับ ยังคิดจะก้าวไปข้างหน้าต่อไป ให้ความผิดพลาดครั้งนี้เป็นบทเรียนครับ
และนี่ ผมเองก็อยากจะถือโอกาศนี้เตือนน้อง ๆ หรือใครก็ตามที่ยังเรียนอยู่ด้วยนะครับว่า ในการเรียนของพวกน้อง ๆ สอบตก ยังมีสอบซ่อม ติดเอฟ ยังมีโอกาสลงใหม่ แต่ในการทำงานจริง พลาดแล้วพลาดเลยนะครับ บางครั้ง โอกาสนั้นมันไม่หวนกลับมาหรอกครับ
ทุกท่านครับ ตอนนี้ผมพูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษยังกะไฟ ผลสอบภาษาอังกฤษเมื่อต้นปี ก็พิสูจน์ความคล่องของผมแล้วด้วยการคว้าผลสอบไอเอล แบน 7.0 มาได้ครับ
แต่ย้อนกลับไปเมื่อตอมผมเรียน ม ๔ สิบกว่าปีที่แล้ว ผมสอบตกวิชาภาษาอังกฤษนะครับ
ผลการเรียนปริญญาโทของผม จบที่ 5.41 (ระบบเกรดของออสเตรเลีย เต็ม 7 เส้นผ่าน F คือ 50%) ซึ่งถ้าเทียบแบบบัญญัติไตรยางค์เป็นเกรดบ้านเราก็ 3.09 ครับ
แต่ผมจบปริญญาตรีด้วยเกรดเฉลี่ยแค่ 2.19 และเกรดเฉลี่ยประจำเทอมที่ห่วยแตกที่สุดของผมคือ 1.21 เคยติด F สองตัวครับ
ผมเคยล้มเหลวในชีวิตการเรียน แต่ผมเลือกที่จะเรียนรู้่จากความผิดพลาดเพื่อการก้าวไปข้างหน้าครับ ผมเลือกที่จะลุกขึ้นมาเดินต่อมากกว่าที่จะล้มลงไปนอนร้องไห้ยอมสิโรราบอยู่ตรงนั้น
ผมรู้ว่าคนเราย่อมมีทั้งเรื่องที่ทำได้และทำไม่ได้ แต่ผมก็แค่พยายามทำในสิ่งที่สมควรทำ ลุกขึ้นมาสู้ต่อไปครับ
-------------------------
สุดท้าย ผมไม่คิดว่าจะมีเพลงไหนที่เหมาะสมกับบทความนี้มากไปกว่าเพลงนี้อีกแล้วครับ "ความฝันอันสูงสุด" เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน
"ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ
ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว
ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ
ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง
จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด
จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง
จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา
ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร
ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา
ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา
ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป
นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง
หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส
ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด
ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน
โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่
เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน
ยังคงหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ
ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย"
edit @ 16 Sep 2009 16:11:56 by Brandy Frisky

#1 By ผัดไท ~ กวีไร้รัก on 2009-09-16 17:36