ครับ วันนี้เจ้านายโทรมาบอกว่าไม่มีกะงานให้ผมทำอีกแล้ว ซึ่งแปลว่าเขาให้ผมออกนั่นเองครับ ผมจึงโทรไปรายงานนายจ้างรายใหญ่ของผม หรือคุณพ่อที่เคารพนั่นเองว่าคุณลูกตกงานนะ

คุณพ่อผมเป็นเจ้าของกิจการครับ จึงถามรายละเอียดและผมก็รายงานเรื่องข้อวิจารณ์ ๕ ข้อที่เคยได้กล่าวไปแล้วในบล็อกก่อนนี้ครับ

คำวิจารณ์ของพ่อผมนั้น ไม่ได้ติเตียนเลยครับ ในทางตรงกันข้าม ท่านกลับบอกว่านี่เป็นเรื่องดีที่ล้มเหลวเพราะจะได้รีบปรับปรุงแต่เนิ่น ๆ อีกทั้งงานในครัวเองก็ไม่ใช่งานหลักที่สำคัญ ไม่น่าเสียดายเท่ากับมาพลาดตอนได้งานประจำครับ

นอกจากนี้ ท่านยังชมด้วยว่าดีใจที่กล้ายอมรับความจริงและเอามาบอกกัน ซึ่งผมเองก็เห็นว่า เพราะมันคือความจริงและผมต้องยอมรับความจริงเพื่อแก้ไขครับ

นอกจากนี้ ท่านวิจารณ์ว่า ปัญหาหลัก ๆ ของผมมาจากเรื่องคน และลักษณะของผมไม่เหมาะกับงานบริการอยู่แล้ว เพราะผมเป็นคนที่อีโก้สูงครับ เลยทำอะไรไม่ค่อยคิดถึงคนอื่นเท่าไร

นอกจากนี้ในการทำงาน ถ้าบอสสั่งให้หัน ก็ต้องหันทันทีและให้จำให้ขึ้นใจว่า "Boss (is) Always Right, King Can Do No Wrong" ครับ

สำหรับเรื่องสายนั้น ท่านบอกว่าในการทำงานช่วงแรก ๆ ควรจะไปให้ถึงที่ทำงานก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย ครึ่งชั่วโมงเพื่อป้องกันอุบัติเหตุครับ และเพราะว่าผมเจออุบัติเหตุไปทำงานสายหนึ่งวัน ภาพเลยออกมาไม่ดีครับ

สุดท้าย ท่านย้ำเรื่องอีโก้ของผมครับ ท่านว่า จะทำอะไรให้คิดก่อนว่าคนอื่นเขาจะมองออกมาแบบไหน เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ ขอให้ระวังและพัฒนาครับ

---------------------------

 ถ้าจะพูดว่าการตกงานคือความล้มเหลวในการทำงาน ผมก็ขอยอมรับว่าในครั้งนี้ผมล้มเหลวจริงจริง แต่ผมก็ยังไม่ท้อหรอกนะครับ ยังคิดจะก้าวไปข้างหน้าต่อไป ให้ความผิดพลาดครั้งนี้เป็นบทเรียนครับ

และนี่ ผมเองก็อยากจะถือโอกาศนี้เตือนน้อง ๆ หรือใครก็ตามที่ยังเรียนอยู่ด้วยนะครับว่า ในการเรียนของพวกน้อง ๆ สอบตก ยังมีสอบซ่อม ติดเอฟ ยังมีโอกาสลงใหม่ แต่ในการทำงานจริง พลาดแล้วพลาดเลยนะครับ บางครั้ง โอกาสนั้นมันไม่หวนกลับมาหรอกครับ

ทุกท่านครับ ตอนนี้ผมพูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษยังกะไฟ ผลสอบภาษาอังกฤษเมื่อต้นปี ก็พิสูจน์ความคล่องของผมแล้วด้วยการคว้าผลสอบไอเอล แบน 7.0 มาได้ครับ

แต่ย้อนกลับไปเมื่อตอมผมเรียน ม ๔ สิบกว่าปีที่แล้ว ผมสอบตกวิชาภาษาอังกฤษนะครับ

ผลการเรียนปริญญาโทของผม จบที่ 5.41 (ระบบเกรดของออสเตรเลีย เต็ม 7 เส้นผ่าน F คือ 50%) ซึ่งถ้าเทียบแบบบัญญัติไตรยางค์เป็นเกรดบ้านเราก็ 3.09 ครับ

แต่ผมจบปริญญาตรีด้วยเกรดเฉลี่ยแค่ 2.19 และเกรดเฉลี่ยประจำเทอมที่ห่วยแตกที่สุดของผมคือ 1.21 เคยติด F สองตัวครับ

ผมเคยล้มเหลวในชีวิตการเรียน แต่ผมเลือกที่จะเรียนรู้่จากความผิดพลาดเพื่อการก้าวไปข้างหน้าครับ ผมเลือกที่จะลุกขึ้นมาเดินต่อมากกว่าที่จะล้มลงไปนอนร้องไห้ยอมสิโรราบอยู่ตรงนั้น

ผมรู้ว่าคนเราย่อมมีทั้งเรื่องที่ทำได้และทำไม่ได้ แต่ผมก็แค่พยายามทำในสิ่งที่สมควรทำ ลุกขึ้นมาสู้ต่อไปครับ

-------------------------

สุดท้าย ผมไม่คิดว่าจะมีเพลงไหนที่เหมาะสมกับบทความนี้มากไปกว่าเพลงนี้อีกแล้วครับ "ความฝันอันสูงสุด" เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน

 

"ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ

ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว

ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ

ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง


จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด

จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง

จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง

จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา


ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร

ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา

ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา

ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป


นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง

หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส

ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด

ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน


โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่

เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน

ยังคงหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ

ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย"

 

edit @ 16 Sep 2009 16:11:56 by Brandy Frisky

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ถ้าไม่เคยแพ้ ก็จะไม่รู้ว่า ชัยชนะมีคุณค่าแค่ไหน ถ้าไม่เคย เจ็บ เราก็จะไม่ได้รู้ว่าเจ็บอย่างไร ถ้าไม่ล้มเหลว เราก็จะไม่รู้ว่า จะไปทางไหนถึงสำเร็จ พ่อคุณดีมากครับ ไม่ซ้ำเติมลูกbig smile
คำวิจารณ์ของพ่อก็คือคำสอนนี่เอง..big smile

#2 By Kiss The Rain on 2009-09-16 17:36

big smile

#3 By Nooplemonic on 2009-09-16 21:39

อืมอย่าคิดมากนะคะ ยังไงก็มีคุณพ่ออยู่เคียงข้างโชคดีแล้วค่ะ

#4 By Nooplemonic on 2009-09-16 21:40

ขอบคุณมากครับผม big smile

ตราบที่ชีวิตนี้ไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป

#5 By Brandy Frisky on 2009-09-16 23:42

ตามมาจากบล๊อคเจ้าชายน้อยค่ะ อ่านจบแล้ว ต้องขอพูดว่า "ปลื้มใจ" ในแนวคิดเรื่องการไม่ท้อถอยค่ะ

ความสุขของคนเป็นพ่อแม่ หนึไม่พ้นที่เห็นลูกของเราสามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองค่ะ

จากหัวใจคนแม่นะคะ เมื่อเห็นคุณไม่ท้อ และสู้ต่อ ต้องบอกว่า "ปลื้มใจค่ะ"

ฝากเพลงโปรดของแม่ตัวน้อย ให้แด่เจ้าของ "บล๊อค" นะคะ

"เมื่อวันที่ชีวิต ..เดินเข้ามาถึงจุดเปลี่ยน
จนบางครั้งคนเราไม่ทันได้ตระเตรียมหัวใจ
ความสุขความทุกข์ ไม่มีใครรู้ว่าจะมาเมื่อไหร่
จะยอมรับความจริงที่เจอได้แค่ไหน
เพราะชีวิตคือชีวิต เมื่อมีเข้ามาก็มีเลิกไป
มีสุขสมมีผิดหวัง หัวเราะหรือหวั่นไหว เกิดขึ้นได้ทุกวัน
อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน ตามความคิดสติเราให้ทัน
อยู่กับสิ่งที่มีไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด...
สุขก็เตรียมไว้ ว่าความทุกข์คงตามมาอีกไม่ไกล
จะได้รับความจริงเมื่อต้องเจ็บปวดไหว ...."

"Live and Learn by Boyd"

big smile

#6 By Aphrodite (110.77.145.108) on 2009-10-09 08:00

Brandy Frisky View my profile

เกลียดมัน ถ้าท่านพอใจในบทความ ท่านสามารถช่วยกระจายบทความได้ด้วยการรีทวิต
คลิกเพื่อรีทวิตที่ข้างบน

ขอบคุณที่หลงผิดมาอ่านครับ