ได้เวลาเลิกบุหรี่

posted on 03 Sep 2009 21:04 by capt-stg  in MYOB

ผมเนี่ย เริ่มมาสูบบุหรี่ตอนเรียนปี ๒ ครับ (จริงจริงแล้วปลาย ๆ ปี ๑) เพราะว่าภาควิชาผม วิศวกรรมเครื่องกล มันมีแต่ผู้ชายและเวลาไปกินเหล้าเขาก็สูบกันทั้งวงเลย จนสุดท้ายผมเลยสูบกะเขาไปด้วย

และสมัยเรียน ป ตรีเนี่ย ผมสูบตกวันละ ๑ ซองครับ (๒๐ ตัว) ยิ่งวันไหนกินเหล้ากันแบบหนัก ๆ (แต่ปกติก็กินสัปดาห์ละ ๖ วันอยู่แล้ว) ๒ ซองก็ไม่พอครับ

ช่วงปลายเดือนบางทีเงินร่อยหรอเกือบหมด ก็ซื้อยาเส้นมาดูดแทนด้วย หนักเข้าไปอีก

--------------------------

ทุกท่านครับ ผมไม่ได้หวังจะให้ท่านเชื่อผม แต่นี่เป็นคำพูดจากประสบการณ์ตรงครับ เลี่ยงได้เลี่ยงดีกว่าครับ บุหรี่ แต่ถ้าไม่เชื่อผมก็ไม่ว่าอะไร ปอดใครปอดมัน

ก่อนผมจะเริ่มสูบบุหรี่ ผมแข็งแรงมาก ๆ เลยครับ วิ่งได้เป็นกิโลเมตรสบาย ๆ เลย แต่เมื่อเริ่มสูบบุหรี่ได้ปีเดียว แค่วิ่งไม่กี่ร้อยเมตรก็จะตายแล้วครับ จนเดี๋ยวนี้หลังสูบมาได้ประมาณ ๗ ปี แค่เดิน ๆ ก็หอบแล้วหล่ะครับ

ผมหน่ะยังโชคดี มาออสเตรเลียซึ่งราคาบุหรี่ที่นี่แพงมากเลยลดลงได้บ้าง แต่เพื่อนผมยังคงสูบตามอัตราเดิมมาแต่สมัยเรียน จนกระทั่งวันนึงมันไอเป็นเลือดถึงคิดจะลดครับ

จะว่าไปแล้ว สมัยเรียนปี ๔ พวกเราก็เริ่มมีอาการไอเจ็บคอบ้างแล้วหล่ะครับ แต่มันอดไม่ได้ บางดีนั่ง ๆ ดูทีวีเห็นฉากคนสูบบุหรี่ หรือเห็นคนสูบบุหรี่ มือมันก็สั่นยิก ๆ อยากดูดจนต้องไปหามาดูดครับ

------------------------------

ผมไม่ได้คิดจะเลิกบุหรี่เพราะใครขอหรอก โดยเฉพาะถ้าแฟนขอ (บังเอิญไม่มี) เคยมีประสบการณ์ครับ เพื่อนเลิกบุหรี่เพราะแฟนขอ แต่พอมันเลิกกับแฟน มันเล่นดูดทีเดียว ๕ ซองรวดเลย (ทำได้ไงวะ)

ผมเลิกเพราะผมรู้แล้ววันมันไม่ดีต่อร่างการจริงจริง หลังจากสูบมาได้ ๗ ปีแล้ว และเพื่อนที่สูบมาด้วยกันก็เป็นตัวอย่างที่ดีเลย

สมัยอายุน้อย ๆ หน่ะ ร่างกายมันกำลังแข็งแรง ไม่เห็นผลอะไรหรอก แต่พออายุใกล้ ๆ เลขสามแล้ว มันชัดขึ้นทุกที ๆ ครับ

สำหรับใครที่คิดจะเลิกบุหรี่นะครับ โดยเฉพาะเพราะแฟนขอร้อง ขอแนะนำว่า ไม่ดีเท่าไรหรอกครับถ้าจะใช้เหตุผลแค่นั้น เลิกบุหรี่เพราะว่ามันไม่ดี เพื่อตัวเองจะดีกว่าครับ ให้คำขอร้องเป็นการจุดประกายจะดีกว่าครับ

สำหรับคุณพ่อที่มีคุณลูกแลคุณลูกขอร้อง ไม่เป็นไร ยังไงลูกคงไม่มีทางทิ้งคุณ (เว้นแต่คุณจะเลวทิ้งเขา) ครับ แต่ก็เหมือนกัน ให้เลิกเพื่อตัวเองด้วยจะดีกว่าครับ เพราะพ่อผมก็เลิกเพราะน้องสาวผม แต่ก็ยังดอดไปแอบดูดบ้างเป็นบางคราครับ

เพื่อตัวเองครับ เพื่อตัวเอง

-------------------------

 ผมปิดบังที่บ้านผมได้จนถึงเมื่อสองปีที่แล้วหล่ะครับว่าผมสูบบุหรี่ด้วย ยังจำได้เลย ตอนบินมาออสเตรเลีย พอผ่านประตู ตม อย่างแรกที่ทำคือซื้อบุหรี่ครับ ออสเตรเลียให้โควตานำบุหรี่เข้าได้ ๑๒๕๐ ตัว ผมก็ซื้อเลย ๑ คอต ๓ ซอง เกินมาสิบตัว สูบที่ฮ่องกงไปตัว ที่เกินมาโยนทิ้งไป (๙ ตัวเอง) แต่หลังจากรอบแรกแล้ว เอาเข้าเกิน ๑๐ ตัวตลอดแหละครับ

อย่างไรก็ตาม เพราะราคาบุหรี่ที่นี่แพง อย่างน้อยก็ซองละ ๘ เหรียญ (๒๗๐ บาท) เลยพยายามลด ๆ ลง

สุดท้าย ตั้งแต่ปีที่แล้ว ผมสามารถควบคุมตัวเองให้สูบแค่วันละตัวสองตัวครับ และช่วงหลัง ๆ ถ้าไม่ออกไปดื่มเบียร์กับเพื่อน ก็แค่วันละตัว

๓ วันก่อน บุหรี่ที่ขนมาจากไทย ผมดูดหมดแล้วหล่ะครับ (เอาไปแจกจ่ายบ้างเล็กน้อย) และคิดว่า ได้เวลาเลิกเสียที ไม่ซื้อเพิ่มละ (แต่อาจจะไถเหยื่อที่บังอาจชวนไปกินเบียร์แทน ซึ่งไม่บ่อยหรอก)

------------------------------

สมมติว่า บุหรี่ซองละ ๑๐ เหรียญ ๑ ซองมี ๒๐ ตัว ดังนั้นบุหรี่หนึ่งตัวจะตก ๕ เซนต์ อดบุหรี่ ๑ วัน จะเก็บเงินได้ ๕ เซนต์

ถ้าอดได้ ๔ เดือน หรือ ๑๒๐ วัน ผมจะเก็บเงินได้ ๖๐ เหรียญ ซึ่งราคาเท่ากับ คอณญัค VSOP ของ เรมี มาแตงซึ่งเวลานั้นคือประมาณต้นปีหน้าพอดี

ดังนั้น ถ้าผมอดบุหรี่ได้ถึงต้นปี ผมจะซื้อเรมี มาแตง VSOP เป็นรางวัลให้ตัวเอง เย้! สู้เว้ย!

 

 

สู้เพื่อเหล้า

-------------------------------------------------

ทุกวันนี้ บางทีผมเดินไปตามถนน บางทีก็เห็นเด็กนักเรียนสูบบุหรี่ (ออสซี่นี่แหละ)  ผมบอกตามตรงครับ เห็นแล้วรู้สึกละเหี่ยใจ (ตอนกลับไทยไม่เจอ)

ผมเคยสูบมา ผมรู้ว่ามันเป็นยังไง มันไม่ดีหรอกครับ ไม่งั้นผมไม่คิดจะเลิกหรอกครับ

ส่วนจะให้เลิกเหล้าเหรอครับ ไม่มีทาง

------------------------------------

          หากว่ารักนั้นเปรียบดังโอสถขม     จักขออมเอาไว้มิให้หาย

     อันสุรายังขมก่อนเราเมามาย              จักยอมตายใต้รสรักและสุรา

 

 

 

edit @ 3 Sep 2009 22:02:40 by Brandy Frisky

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Hot! เยี่ยมเลยครับ เป็นกำลังใจ เลิกบุหรี่เก็บเงินซื้อเหล้าดีกว่า confused smile

#1 By manop on 2009-09-03 21:55

เป็นกำลังใจให้ค่ะ อย่าให้เหมือนพ่อเรา

รายนั้นครั้งสุดท้ายที่จะเลิก บอกว่าอยากเห็นลูกรับปริญญา แต่ก็กลับไปสูบอีก เฮ้อออออ

#2 By ZynE` on 2009-09-03 22:01

ขอบคุณทุกแรงใจครับผม

#3 By Brandy Frisky on 2009-09-03 22:03

เลิกเลยค่ะ

ประสบการณ์เหมือนกัน

เราก็เคยสูบ

แต่ไม่ติดหรอกค่ะ

แค่เครียดๆก็เล่นซะ 1 ดอก

นิดๆหน่อย

แต่ตอนนี้คิดได้แล้ว

25 ธันวานี้

จะฉลองครบ 1 ปีเต็มที่ไม่แตะบุหรี่เลย

^^

#4 By น้องฮิ๊ Green Day on 2009-09-03 22:03

ว้าว สู้ๆพี่ เจ็งอ่ะ อ่านแล้วโดน ใช่ เราเลิกเพื่อตัวเรา ในขณะเดียวกันอ้อยว่ามันก็เพื่อนคนที่เขารักเรา เรารักเขา และคนรอบข้างในตัว แต่..สู้เพื่อเหล้าจริงอ่ะ 55

แต่อ้อยอ่ะ เลิกเพราะเพื่อน เพื่อนที่สนิทกันมากกกก ขอครั้งเดียว อ้อยเลิกขาดมาจนทุกวันนี้ ไม่ได้แตะต้องอีกเลย สู้ๆจ้าHot!

#5 By เฉาก๊วย on 2009-09-04 09:49

ผมไม่เคยดูดบุหรี่ และไม่คิดจะดูดด้วยครับ

ผมเป็นภูมิแพ้อากาศอย่างหนัก ไอ จาม น้ำมูกไหล แทบทุกคืน (แต่น่าจะยังไม่ถึงขั้นหอบหืด)ดังนั้น ผมเองแค่ไม่ดูดก็จะแย่อยู่แล้วล่ะครับ

#6 By Love Kxxxxxxx (202.28.27.3) on 2009-09-04 10:54

มาๆ มาเลิกด้วยกัน ขอแอดนะ อิอิ

#7 By Present on 2009-09-04 16:59

Hot! สู้เข้าค่ะHot! Hot!

#8 By Someone on 2009-09-04 18:37

ขอขอบคุณทุกท่านอีกครั้งครับผม

คุณอ้อยครับ กลอนบทสุดท้ายน่าจะบอกนะครับว่าผมรักเหล้าขนาดไหน ๕๕๕

#9 By Brandy Frisky on 2009-09-04 21:34

อ่ะฮ่า! สุดยอดค่ะ อย่าเลิกเพื่อใคร เพราะสุดท้ายก็เป็นตัวเรานั่นแหล่ะที่ต้องทำเพื่อตัวเอง..big smile

#10 By Kiss The Rain on 2009-10-16 21:06

Brandy Frisky View my profile

เกลียดมัน ถ้าท่านพอใจในบทความ ท่านสามารถช่วยกระจายบทความได้ด้วยการรีทวิต
คลิกเพื่อรีทวิตที่ข้างบน

ขอบคุณที่หลงผิดมาอ่านครับ